การรักษาสมดุลไม่ใช่การทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่คือการรู้จักจังหวะการใช้ชีวิต รู้ว่าเมื่อไหร่ควรลุย และเมื่อไหร่ควรพัก เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว
ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับงานและสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ในเมืองใหญ่ การมีช่วงเวลาผ่อนคลายเล็กๆ ระหว่างวันจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
หากคุณใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการประชุมที่ตึงเครียดหรือการเดินทางที่เหนื่อยล้า พยายามสร้างความสมดุลในช่วงบ่ายด้วยงานที่ใช้สมาธิเงียบๆ หรือการเดินออกไปสูดอากาศนอกอาคารสัก 5 นาที
การอนุญาตให้ตัวเองได้ "พักเบรก" ทางความคิด จะช่วยให้คุณกลับมาโฟกัสได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องฝืนร่างกายจนเกินขีดจำกัด
การทำงาน, การเดินทาง, การจัดการปัญหา, การออกแรง
การพักผ่อนนิ่งๆ, การทานอาหารช้าๆ, การอาบน้ำ, การอ่านหนังสือ
บางวันคุณอาจต้องกินอาหารจานด่วนเพราะเร่งรีบ หรือไม่ได้ขยับตัวตามที่ตั้งใจไว้ นั่นเป็นเรื่องปกติของชีวิต ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพียงแค่เริ่มต้นใหม่ในมื้อถัดไปหรือวันถัดไป
เมื่อรู้สึกตาล้าจากการจ้องจอ ให้หลับตาพัก เมื่อรู้สึกว่าไหล่ตึง ให้ลองยืดเหยียด ร่างกายมักจะส่งสัญญาณบอกเราเสมอว่าต้องการการฟื้นฟูเมื่อใด อย่าละเลยสัญญาณเล็กๆ เหล่านี้
ในเมืองที่คนหนาแน่นและอากาศร้อนจัด การหาเวลาอยู่กับตัวเองเงียบๆ ในห้องแอร์ หรือมุมสบายๆ แม้เพียง 10-15 นาที ก็สามารถช่วยลดทอนความวุ่นวายในจิตใจได้มาก